สวัสดีครับ ขอพักทริปวันวิสาขะฯ ไว้ชั่วคราว(เพราะไหน ไหน มันก็ผ่านมาเป็นเดือนแล้ว :) ) มาพูดถึงทริปวันพระใหญ่อีกทริปกันก่อนดีกว่า 'วันเพ็ญเดือนแปด' หรือ วันอาสาฬหบูชา นั่นเอง เป็นที่ทราบกันดีว่า วันพระใหญ่เพ็ญเดือนแปดนั้นก็จะต้องตามมาด้วยวันสำคัญอีกวันคือ วันเข้าพรรษา ซึ่งก็เป็นเทศกาลที่ชาวไทย ชาวพุทธ จะมีกิจกรรมอีกหลายอย่างที่นอกจากทำบุญไหว้พระแล้ว ได้แก่

 

  • การบวชเรียน ซึ่่งเริ่มทะยอยบวชกันมาก่อนแล้วและก็จะถือเอาวันเข้าพรรษานี่แหละเป็นวันสุดท้ายที่จะทำการอุปสมบทได้ ภิกษุที่บวชในช่่วงนี้ก็หมายถึงว่าจะต้องอยู่ในเพศสมณะเพื่อศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย ไปจนตลอดพรรษาซึ่งใช้เวลา 3 เดือน ทั้งนี้จะทำการลาสิกขาได้ก็ต่อเมื่อถึงวันออกพรรษา(วันเพ็ญเดือนสิบเอ็ด) แล้วนั่นเอง
  • การแห่เทียนพรรษา เพื่อทำเทียนไปจำนำพรรษาที่วัด ซึ่งในปัจจุบันนอกจากจะเป็นประเพณีที่มีพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมากแล้วยังเป็นกิจกรรมที่เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ทำให้เศรษฐกิจคึกคักนำรายได้มาสู้ประเทศเป็นจำนวนมาก
  • ควบคู่กับการแห่เทียน ก็คือการประกวดเทียนพรรษา เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ดีทีเดียว ดังนั้นเราจึงจะพบว่ามีการจัดงานมหกรรมประกวดเทียนพรรษา ในหลาย ๆ สถานที่ทั่วไปโดยมีกำหนดงานหลายวันเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้แวะไปชมความงามของเทียนพรรษาของหน่วยงานหรือชุมชน ที่ต่างก็ระดมฝีมือเชิงช่างเชิงศิลป์และความคิดสร้างสรรมาประดิษฐ์ตกแต่งขบวนเทียนพรรษาของตน
  • การหล่อเทียนพรรษา โดนเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการหล่อเทียนเพื่อนำไปจำนำพรรษา ซึ่งมักจะจัดซุ้มหล่อเทียนขึ้นตามวัดต่าง ๆ ให้ประชาชนที่มาทำบุญไหว้พระได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมนี้

   สำหรับรายละเอียดของกิจกรรมในมหกรรมเข้าพรรษานั้นก็อาจจะแตกต่างกันไปตามแต่วัฒนธรรมของท้องถิ่น ซึ่งประเทศไทยเรานั้นก็ขึ้นชื่อได้ว่ามีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและเชื้อชาติสูงอยู่แล้ว แต่ว่าในปีนี้ยัมีที่พิเศษกว่าก็คือ ในวันที่ 28 ก.ค. 61 นั้น นอกจากจะเป็นวันเข้าพรรษาแล้วยังเป็น วันเฉลิมพระชนมพรรษาของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูล ในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ ของเราอีกด้วย

   หลัง ๆ มานี้ การเลือกทริปเดินทางไหว้พระและท่องเที่ยวในห้วงมหกรรมเข้าพรรษานี้เป็นเรื่องยากสำหรับเรามากเนื่องจากพบว่า ห้วงเวลานี้ประชาชนทั่วสารทิศก็มักจะเดินทางเช่นกันทำให้การจราจรติดขัดน้อง ๆ เทศกาลสงกรานต์และปีใหม่เลยทีเดียว อีกทั้งที่พัก ร้านอาหารก็จะคราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว ซึ่งปีที่ผ่านมาชาวดาราธรรมเราก็ใช้วิธีเดินทางไปทำบุญไหว้พระในระยะใกล้ ๆ ที่สามารถเดินทางกลับมาพักที่บ้านได้

   ในปีนี้ก็เช่นกันเราจำเป็นต้องเลือกเส้นทางอย่าพิถิพิถันหน่อย ประมาณว่าเดินทางไม่ไกลเกินไป ถ้าพลาดไม่มีที่พักก็กลับมานอนบ้านได้ ไม่ต้องฝ่าการจราจรที่ติดขัดเป็นเวลานานเกินไป เป็นสถานที่มีความโดดเด่นทั้งทางด้านศาสนา วัฒนะธรรมและวิวทิวทัศน์สวยงาม ช่วงนี้เป็นฤดูฝนด้วยก็ต้องเลือกที่มีปริมาณฝนหรือโอกาสที่ฝนจะตกน้อย(พายุเข้าพอดี ช่วงนั้น) อะไรจะหาได้ perfect ขนาดนั้น ...... 

"ประมาณว่าเดินทางไม่ไกลเกินไป

ถ้าพลาดไม่มีที่พักก็กลับมานอนบ้านได้

ไม่ต้องฝ่าการจราจรที่ติดขัดเป็นเวลานานเกินไป

เป็นสถานที่มีความโดดเด่นทั้งทางด้านศาสนา วัฒนะธรรมและวิวทิวทัศน์สวยงาม

ช่วงนี้เป็นฤดูฝนด้วยก็ต้องเลือกที่มีปริมาณฝนหรือโอกาสที่ฝนจะตกน้อย"

    หลังจากคิดตริตรองถี่ถ้วนแล้ว ก็เคาะมาที่ จ.ราชบุรี แหล่งที่เราพบหลักฐานอารยธรรมทวาราวดีจำนวนมากแห่งหนึ่งของประเทศไทย ชุมชนท้องถิ่นประกอบไปด้วยชาติพันธุ์ที่หลากหลาย  ระยะทางร้อยกว่า กม (ไม่เกิน 200 จากบ้าน) มีสถานที่มีวิวทิวทัศน์สวยงานหลายแห่งทั้งวัดวาอาราม ธรรมชาติป่าเขา แม่น้ำ ตลอดจนสถานที่ท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น มีอาหารการกินที่เป็นเอกลักษณ์อยู่หลายขนาน  ที่ว่ามาทั้งหมดเนี่ยไม่สามารถจะไปได้ทั่วในเวลาเพียง สามวันสองคืนหรอกนะ แต่ก็ทำให้เรามีตัวเลือกจำนวนมากและก็อ่อนตัวสามารถปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ได้   มีเพียงปัญหาเดียวที่ยังไม่ลงตัวคือ ที่พัก หลายที่ตรวจสอบดูแล้ว ไม่ว่าง หรือบางแห่งก้ไม่เหมาะกับคณะของเราฯ ในห้วงเวลาดังกล่าว(มันแพง อิอิ) แต่ก็ตัดสินใจไปตาย.......เอ๊ยย ไปหาเอาดาบหน้า ละกัน พลาดท่าก็กลับ กลัวไร

   

     เราออกเดินทางจากบ้านเวลาฤกษ์ดี ๙ โมงเช้า ก็ไม่ได้ถือฤกษ์ถือยามอะไรหรอกนะครับ เพียงแต่ว่า ลูกทัวร์เราน่ะตื่นสาย .....(ตาหลอดแหละ) ก็ใช้เส้นทางวงแหวนอุตสาหกรรมเพื่ออ้อมไม่ต้องผ่าใจกลางเมืองหลวงจากฝั่งตะวันออกไปตะวันตก แต่เมื่อไปถึงแถว ๆ  ทางลงสุขสวัสดิ์ ก็พบว่าป้ายประชาสัมพันธ์แจ้งมาว่า การจราจรที่ด่านทางออกสมุทรสาครปริมาณรถมากการจราจรชะลอตัวมีรถสะสม 9 ก.ม. ..... พระเจ้าา ช่างเป็นการแจ้งข่าวสารที่ดู soft มาก ๆ แต่..... วิบัติมาเยือนสิครับทีนี้ถ้าใครเคยติดบนถนนนี้จะทราบดีว่า รถสะสมขนาดนี้เนี่ยมันจะวิ่งได้เพี่ยง 5-30 ก.ม./ชม. เท่านั้น สลับหยุดนิ่งอีกต่างหาก หมายความว่าเราจะใช่เวลาอีกไม่น้อยกว่า 1 ชม. ที่จะลงจากทางด่วนได้ ซึ่งเราก็ไม่สามารถเลือกเส้นทางเป็นอื่นได้แล้วเพราะทางลงสุขสวัสดิ์ก็เลยมาแล้ว  แล้วก็เป็นไปตามอีกชั่วโมงเศษ ๆ เราก็มาถึงด่านทางออกไปสมุทรสาคร มองดูแล้วรถติดทางออกยาวมากหยุดนิ่งอีกด้วย เนื่องจากรถบนถนนพระราม 2 ติดยาว รถจากทางด่วนก้ไม่สามารถออกจากด่านได้ ป้ายแนะนำการจราจรขึ้นมาว่า ไปสมุทรสาครให้ใช้ ถ.เอกชัย สะดวกกว่า ก็เลยตีรถออกขวา มุ่งหน้าบางแคแล้วมาชิดซ้ายเข้าถนนเอกชัย ซึ่งเราก็พบกับเพื่อนร่วมทางที่เชื่อฟังป้ายแนะนำการจราจรเช่นเดียวกับเราในปริมาณไม่น้อยทีเดียว ปัญหาของถนนเอกชัยอีกอย่างก็คือ ทางแยกและจุดกลับรถจำนวนมาก ทำให้เราไม่สามารถใช้ความเร็วได้มากนัก วิ่งสัก 50-60 พอได้สลับกับหยุดนิ่งตรงทางแยกทางกลับรถ ปัญหาที่เรามักประสพกันอีกอย่างเมื่อการจราจรติดขัดแบบนี้ก็คือการเข้าห้องน้ำ ถนนเอกชัยมีสถานนีบริการน้ำมันอยู่ประปรายทั่วไป ไม่ถือว่าน้อยเกินไปแต่.....ปั๊มน้ำมันส่วนใหญ่จะอยู่ทางด้านขาเข้าคือฝั่งตรงข้ามกับทิศทางที่เราไปนั่นแหละ ปั๊มแรกที่พบก็คือ ปตท. ซึ่งเป็นที่นิยมของนักเดินทางจำนวนมาก แวะเข้าไปอุดหนุนการจนแน่นเลย แม้ว่าเมื่อมีข่าวน้ำมันแพงทีไร ปชช. ชาวโชเชียลก็จะกระหน่ำบริภาษ ปตท. อย่างสาดเสียเทเสียตลอดจนชักชวนกันแอนตี้ไม่เข้าสถานีบริการน้ำมันของ ปตท. ก็ตาม.... (หัวเราะไม่ออก อิอิ) ในเมื่อปั๊ม ปตท. แน่นมากไม่มีที่จอดรถ งั้นก็อั้นไว้ก่อน มุ่งหน้าต่อไปทางพระรามสอง ด้วยเหตุนี้แหละเราถึงทราบว่า แม้ปั๊มจะเยอะแต่มันอยู่คนละฝั่ง หุหุ ถ้าเราเป็นคนถิ่นนี้หรือรู้มาก่อนก็คงจะตัดสินใจกลับรถไปแวะไปใช้บริการแล้วแหละไม่ชลอรถนับปั๊มมาจนถึงเชิงสะพานข้ามพระรามสองไปสู่มหาชัยหรอก ดีนะได้ปั๊มคาลเท็กซ์ตรงนี้ช่วยไว้ได้ ออกจากปั๊มข้ามสะพานไปกลับรถมาเข้าพระรามสองก็เจอรถติดเลยค่อย ๆ กระดึ๊บไปจนจะเที่ยงอยู่แล้วเห็นว่าทุรังต่อไปคงไม่ได้การณ์ โรคกระเพาะกำเริบแน่ จึงตัดสินใจออกจากพระรามสองอีกรอบวิ่งเข้าตัวเมืองมหาชัยทั้ง ๆ ที่ไปรู้ทิศทางหรอก แค่เสี่ยงไปหาร้านอาหารเพื่อรักษาสุขภาพแค่นั้นเอง แต่ก็นับว่าโชคดีเจอกับร้าน ป้าเล็กมหาชัย เจ้าดังของถิ่นนี้เลยทีเดียว ก็เลยได้รื่นรมกับอาหารรถชาติถูกปากคลายเครียดจากการจราจรไปได้หน่อย .....สรุปว่าเราใช้เวลา 3 ชม. มาถึงป้าเล็กมหาชัย (เพิ่งจะได้ครึ่งทางเองมั้ง)

 ออกจากร้านป้าเล็กฯ ก็กลับมาเข้าพระรามสอง ระหว่างอยู่ที่ร้านก็หาเส้นทางที่จะเลี่ยงพระรามสองไปสู้จุดหมายได้อย่างไร จำได้ว่ามีทริปหนึ่งช่วงสงกรานต์ขากลับ เคยแวะเข้าไปไหว้พระที่วัดหลักสี่ฯ ถนนเส้นนั้นรถไม่มาก ดูแล้วน่าจะลัดเลาะไปสู้ที่หมายได้ประกอบกับเมื่อปีที่แล้วเคยเข้ามาจากอัมพวาเพื่อมาวัดหลักห้าฯ มันก็น่าจะต่อกันได้ นิ เมื่อตรวจสอบเสร็จทางแล้วปรากฏว่าดีกว่าที่คาดไว้ เพราะเส้นบ้านแพ้วนี้สามารถไปสู่ราชบุรีได้และมีระยะทางสั้นกว่าไปทางพระรามสองเสียอีก เป็นทางลัดที่มีผู้คนนิยมใช้เช่นกัน อ้อ..ลืมเล่าไปว่า ที่หมายของเราอยู่โพธาราม ไปยังที่พักที่สามารถจองได้ขณะรถติดบนทางด่วน สามารถจุคณะเรา 5 คนได้พอดี มาถึงที่พักก็เวลาบ่ายสาม (ขนาดได้ทางเลี่ยงแล้วนะเนี่ย) เล่นเอาเพลียไปเลย ทีแรกก็คิดว่าคงพักผ่อนไม่ออกไปไหนแล้ว แต่ว่ามาคิดอีกที ที่อุทยานหินเขางู นั่นวิวสวยเหมาะแก่การเดินชมทิวทัศน์และถ่ายรูปยามเย็นยิ่งนัก เลยติดสินใจออกมาก็แล้วกันระยะทางประมาณ 20 ก.ม. เท่านั้นเอง

ถ้ำฤาษีเขางู
นมัสการพระพุทธฉายสมัยทวาราวดี ถ้ำฤาษีเขางู
พระพุทธรูปแกะสลักผนังถ้ำ ถ้ำฤาษีเขางู

    ลงจากถ้ำฤาษีเขางู ก็ย้อนไปนมัสการพระพุทธรูปปางลีลา ที่อยู่ทางด้านหน้าติดถนน คณะเราตัดสินใจไม่เดินถ้ำเนื่องจากต้องปีนเขาขี้นไป มีเวลาไม่พอและอาจจะต้องผจญกับกองทัพเจ้าจ๋อที่เป็นเจ้าถิ่นอยู่แถวนี้ จึงได้เดินทางข้ามไปอีกฝั่งเพื่อไปเดินชมอุทยานหินเขางู

 

อุทยานหินเขางู มุมจากจุดชมวิว

ที่อุทยานหินฯ คนเยอะมากดีที่เราตัดสินใจแวะจุดจอดรถด้านหลังเลยเพราะคาดว่าลานจอดรถด้านหน้าคงจะเต็ม โชคดีมีรถออก 1 คันพอดี เดินชมวิว และถ่ายรูปได้ไม่นานก็ฝนตกเสียแล้ว งานกร่อยยังเดินไม่ได้ครึ่งทางเลยต้องกลับขึ้นรถ จวนได้เวลามื้อเย็นซะด้วย เอาไงดี นึกขึ้นได้ว่าแถวนี้เขามีร้านอาหารริมทะเลสาปมีเกาะกลางน้ำให้เดินชมได้ด้วย ก็เลยใช้พี่กุ๊กนำทางมาที่นี่ Inlaya-อินเลยา

อินเลยา-Inlaya
เมื่อเห็นวิวทิวทัศน์ของร้านอาหารแห่งนี้ ลูกทัวร์ชอบมากก็เลยต้องตัดสินใจไปต่อแถวเข้าคิวเพื่อจองโต๊ะทานอาหาร ก็ใช้เวลาไปราว 20 นาทีสำหรับการจอง ระหว่างรอก็เดินเก็บภาพรับบรรยากาศลมเย็น ๆ ของทะเลสาปซึ่งน่าจะเกิดการขุดหน้าดินไปขาย
อินเลยา
อินเลยา ยามค่ำ
ทริปเข้าพรรษา 61 วันแรกก็จบลงเพียงแค่นี้ ใช้เวลาไม่นานนักเนื่องจากเสียเวลาไปกับการเดินทางเสียมาก

1.ท่านที่สนใจสามารถชมภาพเพิ่มเติมของอุทยานหินเขางูในทริปนี้ ได้ที่ Fanpage DarathamDotNet  และ ทริปก่อนของเดือนมิถุนายน 61 ที่คนไม่พลุกพ่านได้   ที่นี

2. อินเลยา ร้านอาหารบนทะเลสาปส่วนตัว