วิสาขบูชาปีนี้ตรงกับวันอังคารที่ ๒๙ พฤษภาคม แม้จะมีวันฟันหลอ 1 วัน แต่เราก็ไม่ได้ใช้โอกาสนี้เนื่องจากความไม่พร้อมของชาวคณะฯ ก็เลยแยกย้ายกันไปปฏิบัติภารกิจกันตามอัธยาศัยไม่ต้องรวมตัวกันเหมือนที่เคย 

ที่มาของทริปนี้เนื่องจากพิจารณาพยากรณ์ฟ้าฝนแล้วประกอบกับนึกขึ้นได้ว่ายังมีสถานที่อันซีนแบบวัดร้างมีต้นไม้ปกคลุมอยู่อีกหนึ่งแห่งที่เรายังไม่ได้ไปเยือนทั้ง ๆ ที่ ได้ข่าวมาหลายปีแล้วตั้งแต่คราวไปกราบสังขารหลวงพ่อแพ วัดพิกุลทองครั้งแรก มีคุณน้าสองสามีภรรยาเขาทักทายถามว่ามาจากไหน แล้วก็แนะนำให้ไปเยือน วัดไทร โดยบอกว่าอยู่สิงห์บุรีนี่แหละไปจากตรงนี้อีกไม่ไกล  สรุปได้ดังนี้จึงกำหนดขั้นต้นว่าปลายทางสิงห์บุรี ที่หลายแรกก็ วัดไทร อ.อินทร์บุรี นี่เอง

 IMGP9313


IMGP5266 
การเดินทางมาวัดไทร ก็อาศัยเส้นทางสายเอเชียผ่าน อยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรีเลยไปจนเข้าเขตอินทร์บุรีซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งของ จ.สิงห์บุรี ผ่านแยกเข้าตัวจังหวัดสิงห์บุรีมาประมาณ 23 กม. เลี้ยวซ้ายเข้าไปตามป้ายวัดระนาม ก่อนเลี้ยวให้สังเกตุร้านต้นไม้ขนาดใหญ่ทางซ้ายมือ วิ่งตามถนนไปข้ามสะพานข้ามคลองชลประทานจากน้้นก็ตามป้าย 'วัดไทรอันซีน' ไปเรื่อย ๆ 

      ระหว่างก่อนถึงวัดไทรไม่มากนักเราพบวัดวัดหนึ่งมีสีสันสวยงามมาก บริเวณลานหน้าวัดมีร้านค้าใต้ต้นไม้ร่มรื่นทีเดียว จึงตัดสินใจแวะวัดนี้ก่อนเผื่อที่ร้านค้ามีอะไรให้ทานรองท้อง ซึ่งวัดนี้ก็คือ 'วัดระนาม' ที่เราตามป้ายมานั่นเอง 

 เป็นที่น่าเสียดายว่าอาจจะเป็นเพราะว่าเราไปถึงสายไปหรือไม่ก็ไม่ทราบ เพราะบรรยากาศที่วัดระนามนี้เงียบสงบยิ่งนักทั้ง ๆ ที่เป็นวันพระใหญ่ โบสถ์วิหารก็ปิดประตูเงียบ เราจึงใช้เวลาสั้น ๆ กราบนมัสการพระพุทธรูปบนศาลาและรูปหล่ออดีตเจ้าอาวาส ซึ่งน่าจะคือ ท่านนี้ พระครูอินทคณานุสิชฌน์ หรือหลวงปู่เจ็ก (หลวงพ่อเจ็ก) อาจารสุโภ

    ออกจากวัดระนามก็วิ่งเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา(ฝั่งตะวันออก) ต่อไปอีกประมาณ 300 ม. ก็พบที่หมายหลักของเรา 'วัดไทรอันซีน' บรรยากาศเงียบเหงาหน่อยมีรถนักท่องเที่ยวจอดอยู่แค่ 2 คัน อาจจะเป็นเพราะไปใช้วันหยุดยาวไปในที่ไกล ๆ กันหมดหรือว่าเกรงฟ้าฝนก็ไม่ทราบได้ จอดรถเรียบร้อยก็เดินเข้าไปในโบสถ์ กราบนมัสการประธานของโบสถ์โพธิ์ปรกแห่งนี้เสียก่อนอื่น

หลวงพ่อขาว/หลวงพ่อทะยาน
หลวงพ่อขาว/หลวงพ่อทะยาน

ขณะที่เราเข้าไปเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลกำลังเช็ดพื้นอยู่และได้กล่าวเตือนให้เราระวังเพราะพื้นลื่นเนื่องจากฝนโปรยลงมาอย่างหนักเมื่อประมาณตีสองของเมื่อคืน อีกทั้งชี้แจงด้วยว่าวันนี้ไม่มีดอกไม้เนื่องจากเป็นวันพระใหญ่เขาไปวัดกันหมด

หลวงพ่อขาว/หลวงพ่อทะยาน

โปรดสังเกตุเหนือซุ้มประตูที่เป็นเส้นคล้ายกลีบบัว ลักษณะที่ทำให้สันนิษฐานว่าเป็นศิลปะสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช อ้างอิงตามคลิปนี้ครับ

แม่น้ำเจ้าพระยาหน้าวัดไทร

หลังจากไหว้พระแล้วก็เดินชมบริเวณโดยรอบและเก็บภาพ จากนั้นจึงออกเดินทางต่อย้อนกลับมาทางตัวเมืองสิงห์บุรี มุ่งหน้า วัดไหนก็ไม่แน่ใจแล้วแต่จะนึกชื่อออก ใช้ความจำเอาจากโปรแกรมไหว้พระสิงห์บุรีของ ขสมก. (ตารางข้างล่างนี้)

ชื่อแรกที่คิดออกคือวัดเสถียรฯ จำได้ว่าอยู่ในตัวเมืองแต่ไม่รู้ฝั่งไหนของแม่น้ำเจ้าพระยา ลองขับแบบเดา ๆ ดู เลยทะลุเข้าไปในเมือง ถนนนายจันหนวดเขี้ยว เห็นวัดใหญ่โต่น่าสนใจ งั้นก็แวะก่อนสิรออะไร จะได้ถือโอกาสเปิดแผนที่ดูทางด้วย นามของวัดนี้ก็คือ วัดโพธิ์แก้วนพคุณ 

วัดโพธิ์แก้วนพคุณ
วัดโพธิ์แก้วนพคุณ


หลังจากนมัสการพระประธานในโบสถ์วัดโพธิ์แก้วนพคุณเสร็จแล้ว เดิมคาดว่าจะเดินสำรวจบริเวณโดยรอบสักหน่อยแต่พบว่ามาสุนัขจำนวนมากเดินเพ่นพ่านประกอบกับไม่ค่อยมีผู้คน เลยหันมากำหนดที่หมายพร้อมสำรวจระยะทางในแผนที่เลือกได้ วัดเสถียรฯ เป้าหมายนี่แหละอยู่ใกล้สุดแล้วจึงออกเดินทางต่อภายใต้การนำทางของ Google Map ปรากฎว่าเราต้องวิ่งย้อนกลับไปฟากตะวันออกของแม่น้าเจ้าพระยา แต่ก็ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงที่หมายครับ วัดนี้มีนามเต็มว่า วัดเสถียรวัฒนดิษฐ์ 

พระอุโบสถวัดเสถียรวัฒนดิษฐ์
พระอุโบสถวัดเสถียรวัฒนดิษฐ์


ที่หมายสำคัญของวัดเสถียรฯ นี้ก็คือ หลวงพ่อทองคำหรือพระพุทธวัฒนมงคล ซึ่งเพิ่งค้นพบเมื่อไม่นานมานี้เองเนื่องจากแต่เดิมเข้าใจกันว่าเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นธรรมดาองค์หนึ่งถุกทิ้งไว้ในวิหารร้างด้านหลังวัดมาประมาณ 100 ปี (รายละเอียดสามารถติดตามได้ที่นี่ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยสมัยสุโขทัย

พระพุทธวัฒนมงคลหรือหลวงพ่อทองคำ
   กราบหลวงพ่อทองคำเสร็จแล้ว เด็ก ๆ จะมาเชิญเราไปรับประทานอาหารที่โรงทานซึ่งจัดไว้ใต้ศาลาด้สนตรงข้ามกับกุฏิเจ้าอาวาสที่ใช้ประดิษฐานหลวงพ่อทองคำ 
มื้อกลางวันที่วัดสถิตฯ
มื้อกลางวันที่วัดสถิตฯ รสชาดดีครับ (ภาพจากมือถือไม่ค่อยชัดเท่าไหร่)

ทานอาหารเสร็จนำภาชนะไปเก็บนะที่ล้าง(ทางวัดเขาจัดคนล้างไว้แล้ว)จากนั้นก็หยอดตู้บริจาคเพื่อสบทบทุนเป็นค่าใช้จ่ายในโรงทาน แล้วก็แวะอุดหนุนแม่ค้าชุมชนที่อยู่ในบริเวณเดียวกันนั่นแหละตามที่รับปากคุณป้าแม่ค้าไว้เสียหน่อย

ออกมาเดินหน้าวัดก็พบกับมณฑปสวยงามหลังหนึ่งแต่ว่าปิดไว้จึงไม่อาจทราบเรื่องราวได้ว่าเป็นมณฑปที่ประดิษฐานอะไร เดินขึ้นบันไดและเลยออกไปข้างหน้ามณฑปก็พบกับพระพุทธรูปปางลีลาองค์สีดำงดงามมาก เสียดายที่อยู่ในระดับสายไฟสายโทรศัพท์ระโยงระยาง ภาพที่เก็บได้จึงรกไปหน่อย

มณฑป

IMGP5307

 

จากมณฑปเราสามารถเดินตัดกลับไปที่ลานจอดรถบริเวณหน้าวัดได้ ซึ่งก็จะได้พบกับ เจ้าแม่ตะเคียน ที่เป็นต้นไม้(โค่นแล้ว) ขนาดใหญ่ แต่เราไม่สามารถบอกขนาด อายุ หรือรายละเอียด  เนื่องจากจวนได้เวลาที่คณะของ ขสมก. จะเดินทางมาถึงเกรงว่าผู้คนคงจะพลุกพ่าน จึงตัดสินใจมุ่งหน้าที่หมายต่อไป ส่วนจะเป็นวัดอะไรนั้นโปรดติดตามตอนที่ 2 นะครับ (เพื่อไม่ให้บทความยาวเกินไป)

ท่านผู้ชมสามารถเข้าไปชมภาพเพิ่มเติมได้ที่ Fanpage ดาราธรรมดอทเน็ต ดังนี้

1. วัดไทร โบสถ์โพธิ์ปรกแห่งสิงห์บุรี

2. วัดเสถียรวัฒนดิษฐ์-หลวงพ่อทองคำ