หลวงพ่อเพชร พระพุทธรูปปางมารวิชัย ขัดสมาธิเพชร หน้าตักกว้าง ๓๘ เซนติเมตร สูง (รวมฐาน) ๔๙ เซนติเมตร ศิลปะเชียงแสน เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อีกองค์หนึ่งของเมืองปราจีนบุรี ประดิษฐานอยู่ในวิหารศิลปะล้านนาสวยงามมาก ภายในวัดแจ้ง ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี 

     หลวงพ่อเพชร วัดแจ้ง

    สำหรับวัดแจ้งแห่งนี้ อาจเรียกได้ว่า ธรรมะจัดสรร ก็ได้ เนื่องเราเดินทางไปพบเข้าโดยบังเอิญในขณะทีหาทางไป วัดแจ้งเมืองเก่า อ.ประจันตคามฯ ซึ่งการเดินทางในครั้งนั่นก็เริ่มจากตั้งใจแวะไปทาน ข้าวมันไก่ เจ้าดัง ณ ตลาดเทศบาลริมน้ำของ จ. ปราจีนบุรี  ซึ่งก็ได้ทานสมใจแม้ว่าระหว่างทางจะมีอุปสรรคเนื่องจากเจอสภาพรถติดมหาศาลแถว ๆ  บ้านหมอแสง ที่เขาทำการแจกสมุนไพรเพื่อรักษามะเร็ง นั่นเอง เล่นเอาเสียแผนการเดินทางไปนับชั่วโมง หลังรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อยก็แวะนมัสการศาลหลักเมืองเสียหน่อย ผ่านมาหลายรอบแล้วแต่ยังไม่เคยเข้าไปนมัสการเลย เนื่องจากหาที่จอดรถบริเวณนี้ยากพอสมควร 

IMGP1800

 

IMGP1804

  เมื่อสักการะศาลหลักเมืองแล้วเสร็จ ก็วางแผนเดินทางต่อในใจในระหว่างที่ขับรถไปด้วยมุ่งหน้าเรลียบแม่น้ำออกมาทาง วัดแก้วพิจิตร ที่เคยแวะเวียนมาแล้วหลายครั้งและหลังจากวันนั้นก็ยังได้แวะไปอีก(วัดหลังค่อยมาเขียนถึงนะครับ) จากหน้าวัดแก้วพิจิตร เราก็เลี้ยวซ้ายขึ้นสะพาน(ตอนนี้วัดแก้วพิจิตรอยู่ซ้้ายมือ) จากนั้นก็ตรงไปเรื่อย ๆ ผ่านสี่แยกมา เหลือบเห็นป้ายวัดคุ้น ๆ ชื่อ (ทีจริงคิดถึง วัดแจ้งเมืองเก่า) ก็เลยเลี้ยวซ้ายเข้าไป 

IMGP1913

     ภาพแรกที่ได้เห็น ก็คือ พระเจดีย์องค์ใหญ่นี้ รู้สึกคุ้นตาจากการเสาะหาข้อมูลเกี่ยวกับวัดเพื่อไหว้พระของจังหวัดปราจีนฯ ก่อนเดินทางมา เข้ามาถึงบริเวณหน้าเจดีย์ เราเลี้ยวซ้ายเข้ามาจอดรถ เนื่องจากเห็นว่าด้านขวามีผู้คนขวักไขว่คาดว่าคงเป็นตลาดนัด (ภาพหลังจึงทราบ ตรงนี้เป็น ตลาดพระ)

    จากลานจอดรถมองไปทางซ้ายรู้สึกละลานตากับภาพนี้

IMGP1805

     จะรอช้าอยู่ใยเล่า ได้ที่จอดรถแล้วก็มุ่งตรงมาที่ อาคารหลังนี้เลย เดินเก็บภาพภายนอกได้สักประเดี๋ยว พระท่านเดินผ่านมา เร่ก้ประนมมือกล่าวนมัสการ ท่านก็ได้แจ้งกับพวกเราว่าเข้าไปกราบพระด้านในก็ได้นะโยม(ตอนนั้นบรรยากาศเงียบ ๆ ยังคิดว่าเขาคงปิด คงได้แค่ผ่านแน่เลย)

IMGP1869

 

     จุดแรกที่เข้าไปคือ นมัสการสังขารหลวงพ่อพระครูประสิทธิ์ศึกษากร(หลวงพ่อทัด-สุทัศน์ ปกาสิโต) มรณะละสังขารไปตั้งแต่ ปี 2540 แต่สังขารไม่เน่าไม่เปื่อย  และเพิ่งมีพิธีเปลียนจีวรให้ท่านไปเมื่อ 22 มิ.ย. 60

IMGP1824

   

     ภายในวิหารตกแต่งไว้ได้สวยงามแต่ก็ดูเข้มขลังมาก

IMGP1836

      ออกจากส่วนที่ตั้งสังขารหลวงพ่อทัด เราก็ผ่านไปอีกส่วนที่ประดิษฐานหลวงพ่อเพชร หรือ หลวงปู่เพชร ที่พระเนตรทั้งสองประดับด้วยเพชร ได้มาในสมัยแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว(2375-2391) เมื่อครั้งโปรดเกล้าให้ เจ้าพระยาบดินทร์เดชา(สิงห์ สิงหเสนี) สมุหนายกเป็นแม่ทัพใหญ่คุมทหาร ๔ กองทัพไปช่วยเขมรทำสงครามปราบทัพญวน ขณะเมื่อยกทัพผ่านหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่มีความอุดมสมบูรณ์ในเขตอำเภอกบินทร์บุรี จึงหยุดกองทัพเพื่อสะสมเสบียงอาหารและสร้างวัดไว้เป็นอนุสรณ์คือ วัดพระยาทำ ปัจจุบันอยู่ในจังหวัดปราจีนบุรี เมื่อได้เสบียงอาหารเพียงพอจึงเดินทัพต่อไป

    เมื่อช่วยเขมรปราบญวนแล้วจึงยกกองทัพกลับระหว่างทางได้มาถึงทุ่งโล่งแห่งหนึ่ง ไฟกำลังเผาผลาญจนโล่งเตียน ท่ามกลางเพลิงที่ลุกไหม้นั้นดงไม้กล่งทุ่งเขียวชะอุ่มไม่ไหม้ไฟ จึงเข้าไปดูจึงได้พบพระพุทธรูปองค์หนึ่งประดิษฐานอยู่ ณ เจดีย์เก่าแก่พุพัง มีต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ขึ้นปกคลุมจึงได้ทำพิธีอัญเชิญกลับมากองทัพ ระหว่างทางได้หยุดพัก ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง จากนั้นจึงได้สร้างวัดขึ้นไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงชัยชนะในครั้งนั้น คือ "วัดแจ้ง" และได้นำพระพุทธรูปมาประดิษฐานที่วัดแห่งนี้พร้อมขนานนามพระพุทธรูปว่า "หลวงพ่อเพชร"

 สามารถชมภาพเพิ่มเติมได้ที่ fanpage DarathamDotNet

 

ที่มา 1. https://www.77jowo.com/contents/20437

        2.  http://www.danpranipparn.com/web/praput/praput155.html